“ข่าวสารและโปรโมชั่น” — เข้าใจง่ายและครอบคลุมทั้งข่าวประกาศ โปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ ของร้าน
| Relaxing Massage&Spa
หลังจากเข้ารับบริการนวด ไม่ว่าจะเป็น นวดไทย นวดน้ำมัน นวดอโรม่า หรือนวดเพื่อผ่อนคลาย หลายคนอาจคิดว่าการดูแลร่างกายจบลงทันทีเมื่อออกจากห้องนวด แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลาหลังนวดก็มีความสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวและเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย การปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมหลังนวดจึงช่วยให้รู้สึกสบายตัว ลดโอกาสเกิดอาการเมื่อยล้าหรือระบม และช่วยให้การผ่อนคลายต่อเนื่องยาวนานขึ้น วันนี้ Relax Place จะมาแนะนำ 8 ข้อปฏิบัติหลังนวดเสร็จ ที่ควรรู้ พร้อมคำแนะนำง่าย ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ... 1. ดื่มน้ำหลังนวด เพื่อเติมความสดชื่นให้ร่างกาย หนึ่งในคำแนะนำที่หลายคนมักได้ยินหลังนวดคือการดื่มน้ำ โดยเฉพาะน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม หลังการนวด ร่างกายอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านการไหลเวียนโลหิตและการทำงานของระบบต่าง ๆ การดื่มน้ำจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ และช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ คำแนะนำ: หลังนวดควรค่อย ๆ จิบน้ำเปล่า ไม่จำเป็นต้องดื่มรวดเดียวในปริมาณมาก หากรู้สึกกระหายน้ำ ควรเลือกน้ำเปล่าเป็นตัวเลือกแรก แทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือคาเฟอีนในปริมาณสูง 2. พักผ่อนหลังนวด อย่ารีบทำกิจกรรมหนัก หลังนวดเสร็จ ร่างกายอาจอยู่ในภาวะผ่อนคลายและรู้สึกสบายตัว ดังนั้นจึงควรให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวก่อนกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ หากเป็นไปได้ ควรนั่งพักสักครู่ก่อนเดินทางกลับ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากทันทีหลังนวด โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการนวดที่มีแรงกดค่อนข้างมาก เช่น นวดไทย หรือนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ อาจมีอาการเมื่อยหรือล้าบางส่วนหลังนวดได้ แนะนำ: หากมีเวลาควรจัดตารางให้หลังนวดเป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้ร่างกายได้พักอย่างเต็มที่ 3. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันทีหลังนวด หลายคนสงสัยว่า นวดเสร็จออกกำลังกายได้ไหม? โดยทั่วไป หากเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันทีหลังนวด โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้ออย่างหนัก เนื่องจากกล้ามเนื้อได้รับการกระตุ้นและยืดคลายจากการนวด การกลับไปใช้งานกล้ามเนื้ออย่างหนักทันทีอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่สบายตัวได้ หากต้องการเคลื่อนไหวร่างกายหลังนวด การเดินเบา ๆ หรือยืดเหยียดอย่างนุ่มนวลอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ทั้งนี้ควรฟังสัญญาณจากร่างกายเป็นหลัก 4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังนวด หลังนวดควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร่างกายยังอยู่ในภาวะผ่อนคลาย แอลกอฮอล์อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้มากขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ทันทีหลังนวดจึงอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายตัว เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียได้ หากต้องการให้ร่างกายได้พักอย่างเต็มที่ หลังนวดควรเลือกดื่มน้ำเปล่าและพักผ่อนแทน 5. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัดหรือซาวน่าทันที หลังนวด โดยเฉพาะการนวดที่มีการกดหรือคลึงกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก ควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัดในทันที เช่น การแช่น้ำร้อนจัด ซาวน่า หรืออบไอน้ำ ความร้อนอาจทำให้บางคนรู้สึกหน้ามืดหรืออ่อนเพลีย โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตผิดปกติหรือมีภาวะขาดน้ำ หากต้องการอาบน้ำหลังนวด ควรเลือกน้ำอุณหภูมิพอดีและไม่ร้อนจนเกินไป 6. สังเกตอาการของร่างกายหลังนวด หลังนวดแต่ละคนอาจมีความรู้สึกแตกต่างกัน บางคนรู้สึกเบาสบาย ผ่อนคลาย และสดชื่น ขณะที่บางคนอาจรู้สึกง่วงหรือมีอาการเมื่อยเล็กน้อย สิ่งสำคัญคือควรสังเกตอาการของตัวเอง หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวม ช้ำมาก เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หรือมีอาการอื่นที่น่ากังวล ควรหยุดกิจกรรมและปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ตามความเหมาะสม ข้อควรจำ: การนวดเพื่อผ่อนคลายไม่ควรทำให้เกิดอาการเจ็บปวดรุนแรง หากรู้สึกเจ็บระหว่างการนวด ควรแจ้งพนักงานนวดทันทีเพื่อปรับน้ำหนักมือและเทคนิคให้เหมาะสม 7. รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม หลังนวด หากรู้สึกหิวสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรเลือกอาหารที่รับประทานง่ายและไม่หนักจนเกินไป หากเพิ่งนวดเสร็จและรู้สึกผ่อนคลายมาก การรับประทานอาหารมื้อใหญ่หรืออาหารที่ย่อยยากอาจทำให้รู้สึกอึดอัดได้ การเลือกอาหารที่สมดุลและดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการดูแลร่างกายหลังนวด 8. ให้เวลาตัวเองได้พักและผ่อนคลาย ข้อสุดท้ายและสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบกลับเข้าสู่โหมดเร่งรีบหลังนวด หากสามารถจัดเวลาได้ ลองใช้ช่วงหลังนวดเป็นเวลาพักผ่อน อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ที่ช่วยให้จิตใจสงบ การนวดไม่ใช่เพียงการดูแลร่างกาย แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้เราได้หยุดพักจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น หากต้องการสัมผัสประสบการณ์การผ่อนคลายอย่างเต็มที่ การวางแผนช่วงเวลาหลังนวดให้มีเวลาพักก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หลังนวดควรดื่มน้ำมากแค่ไหน? คำถามยอดนิยมคือ หลังนวดควรดื่มน้ำกี่แก้ว? คำตอบคือไม่มีปริมาณตายตัวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อายุ กิจกรรม และปริมาณน้ำที่ได้รับในแต่ละวัน สิ่งสำคัญคือควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และค่อย ๆ จิบน้ำแทนการดื่มปริมาณมากในครั้งเดียว หากมีโรคประจำตัวที่จำกัดปริมาณน้ำ เช่น โรคไตหรือภาวะหัวใจบางประเภท ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก หลังนวดห้ามทำอะไร? สรุปสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังนวด ได้แก่ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันที หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัดหรือความร้อนจัดทันที ไม่ควรฝืนร่างกายหากมีอาการเหนื่อยหรือเวียนศีรษะ หากมีอาการผิดปกติหรือเจ็บปวดรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ตาม การดูแลหลังนวดอาจแตกต่างกันตามประเภทของการนวดและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากมีข้อสงสัยควรสอบถามผู้ให้บริการนวดโดยตรง สรุป: หลังนวดควรดูแลตัวเองอย่างไร? หลังนวด สิ่งสำคัญคือการให้ร่างกายได้พักและปรับตัวอย่างเหมาะสม โดยสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการดื่มน้ำ พักผ่อน หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก และสังเกตอาการของตัวเอง หากคุณกำลังมองหาสถานที่สำหรับพักผ่อนและผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน Relax Place พร้อมดูแลคุณด้วยบริการนวดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการให้เวลากับร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก นวดเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับไปใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ให้เวลาตัวเองได้พักอีกสักนิด แล้วคุณอาจค้นพบว่า “การพัก” ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่สำคัญไม่แพ้กัน Relax Place — พื้นที่แห่งการพักผ่อนและผ่อนคลาย ให้ทุกช่วงเวลาของคุณสบายขึ้น
| Relaxing Massage&Spa
เคยไหม…เข้านอนแล้วพลิกตัวอีกครั้งและอาจต้องเหนื่อยอีกครั้ง? บางครั้งอาการป่วยอาจไม่ใช่แค่ความคิดที่เป็นปัญหา แต่เป็นเพราะ “การผ่อนคลายพอยังไม่” วิธีธรรมชาติที่ได้ผลดีที่สุดคือ “ นวดผ่อนคลาย (นวดผ่อนคลาย)” 😣 ในตอนกลางคืน? หลายคนอาจรู้สึกว่าการนั่งหน้าคอมนาน ใช้มือถือก่อนนอนหรือเครียดสะสมระหว่างวันทำให้กล้ามเนื้อตึงเกร็ง ใดๆ อยู่ในภาวะตื่นตัวของตัวเองได้เลยที่โหมดผ่อนคลายได้เต็มที่ กล้ามเนื้อไม่คลายตัวจิตใจก็ไม่สนับสนุน — ส่วนใหญ่แม้จะปิดไฟนอนแต่ก็ยัง “หลับยาก” ร่างกาย 💆♀️ นวดช่วยให้นอนหลับได้อย่างไร ... คลายความตึงของกล้ามเนื้อ นวดช่วยคลายความเกร็งของกล้ามเนื้อในช่วงเวลาของคอบ่าด้านหลังซึ่งมักจะเน้นที่สะสมความเครียด ช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนเกร็งโปรตีนโดยเฉพาะเลือดและออกซิเจนตามปกติโดยเน้นไปที่การหลับที่ลึกและมีคุณภาพ กระตุ้นพาราซิมพาเทติก นี่คือส่วนหนึ่งของร่างกายมักจะถูกกระตุ้นจากส่วนที่สำคัญที่สุดของหัวใจเต้น และความดันที่เพิ่มขึ้นในการควบคุมตามปกติตามปกติ คงการหลั่งสาร “เอนดอร์ฟิน” และ “เซโรโทนิน” ซอร์เอนเดอร์ฟินกระเป๋าเดินทางความเครียดและความเจ็บปวดส่วนเซโรโทนินเปลี่ยนเป็น “เมลาโทนิน (เมลาโทนิน)” เกตเวย์ที่มีความสำคัญซึ่งจะช่วยควบคุมวงจรการนอน เมื่อสองสารนี้สัมผัสได้จะรู้สึกทั้งสบายกายและสบายใจ หลับลึกและหลับลึกตลอดคืน ความเครียดและความเครียดทางใจ นวดจากน้ำมันอโรมาที่ใช้ระหว่างการนวดจะช่วยปรับอารมณ์ให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย สมองผ่อนคลายจากความคิดมากระดับฮอร์โมนคอร์ติเจล (คอร์ติซอล) อาจจะรู้สึกเครียดรู้สึกผ่อนคลายทั้งกายและใจ 🌿 นวดแบบไหนดีถ้านอนหลับยาก? นวดไทยรีดเส้น (Thai Deep Tissue / Thai Line Stretch Massage) อาการของอาการปวดเมื่อยสะสมจากนั่งทำงานหรือออกกำลังกายหนักเทคนิคการรีดเส้นจะช่วยคลายกล้ามเนื้อลึกกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยให้ร่างกายรู้สึกโล่งสบายหลังการนวด นวดน้ำมันอโรมา (นวดอโรมา) ใช้แรงนวดอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่องพร้อมกับช่วยให้ร่างกายและจิตใจสนับสนุนคนที่นอนไม่หลับจากความเครียด นวดไทยหินร้อน (นวดไทยหินร้อน) ความร้อนจากหินภูเขาไฟช่วยเปิดเส้นเลือดในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อส่วนมากที่ลึกลงไปซึ่งผู้ที่เป็นจุดศูนย์กลางเมื่อยล้าเรื้อรังหรืออยากพักผ่อนอีกครั้งหลังจากการนวดจะรู้สึกอบอุ่น สบายตัว และพร้อมๆ อีกครั้งในคืนนั้น นวดไทย (นวดแผนไทย) นวดไทยเป็นศาสตร์การนวดโบราณที่ช่วยยืดเส้น คลายจุดตึงและปรับสมดุลพลังงานของร่างกายด้วยแรงกดและยืดเหยียดอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าในผู้ป่วยที่รู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อยหรือต้องการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสดชื่นพร้อมหลับสบายในคืนนั้น 💤 เคล็ดลับการนวดหลัง รองรับ 1 แก้วหลังการนวดขับของเสียจากร่างกาย เข้านอนเร็วในคืนนั้นเพราะร่างกายอยู่ในภาวะพร้อมพักผ่อน หลีกเลี่ยงแสงจากจอมือถือก่อนนอน 30 นาที และถ้าคุณกำลังมองหาร้านนวดที่ไว้วางใจได้ Relaxing Health Massage พร้อมดูแลคุณด้วยการบริการในบรรยากาศสบายและผ่อนคลายให้คุณเลือกได้ในบางครั้งและการฟื้นฟูร่างกายอย่างที่คุณต้องการ
| Relaxing Massage&Spa
คนท้องนวดได้ไหม ? ตอบ ได้ แต่ควรได้รับการนวดจากผู้ที่มีความรู้และเซี่ยวชาญ ด้านการนวด สำหรับหญิงตั้งครรภ์เป็นพิเศษ คำแนะนำ ผู้นวดควรเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกฝน มีความรู้และทักษะการนวดสำหรับหญิงตั้งครรค์ หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณท้อง เพราะอาจจะกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ การลงน้ำหนักและเทคนิคการนวด ควรเป็นไปตาม ความเหมาะสม ไม่หนักจนเกินไป อุปกรณ์กรนวด เช่น เตียง หมอน ควรมีความเหมาะสมสำหรับหญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ห้ามนวดแผนไทยกับผู้นวดที่ไม่รู้วิธีการนวดหญิงตั้งครรภ์ โดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้ ... หากมีภาวะแท้งคุกคาม ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดขอดหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ควรหลีกเลี้ยงการนวดหรือปรึกษาแพทย์ก่อน การออกกำลังกายบา ๆ เช่น การเล่นโยคะ ช่วยผ่อนคลายความปวดเมื่อยของร่างกายได้ ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่มา : รศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ ข้อมูลจาก : https://bit.ly/3MYDoh6 ------------------------------------------- Can pregnant women get massages? Yes, but it should be done by someone knowledgeable and skilled in massage, especially for pregnant women. Advice A massage therapist should be someone who has undergone training and possesses knowledge and skills in massage for pregnant women. Avoid massaging the abdominal area as it may affect the fetus. Weight bearing and massage techniques should be appropriate, not too heavy. Massage equipment, such as beds and pillows, should be specifically suitable for pregnant women. Do not allow traditional Thai massage to be performed by someone who does not know how to massage pregnant women under any circumstances, as it may pose a danger to the unborn child. If there is a risk of miscarriage, high blood pressure, varicose veins, or other complications, one should avoid massage or consult a doctor beforehand. Gentle exercises like yoga can help relieve the aches and pains of the body. Source: Associate Professor. Somchai Thanawatthacharoen Url : https://bit.ly/3MYDoh6
| Relaxing Massage&Spa
คุณเคยสงสัยไหมว่า “นวดไทย” กับ “นวดไทยรีดเส้น” จริง ๆ แล้วต่างกันอย่างไร? หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นการนวดแบบเดียวกัน แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองมีเทคนิค จุดเด่น และประโยชน์ที่แตกต่างกัน หากรู้ความต่างนี้ คุณก็จะเลือกการนวดที่เหมาะกับร่างกายและความต้องการของคุณได้มากที่สุด นวดไทย (Traditional Thai Massage) นวดไทย ถือเป็นศาสตร์การนวดดั้งเดิมที่สืบทอดกันมายาวนาน เน้นการกดจุด ยืดเส้น และคลายเส้น ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดความเมื่อยล้า และทำให้รู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ... เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันทั่วไป นวดไทยรีดเส้น (Thai Deep Tissue Massage) การนวดแบบ นวดไทยรีดเส้น จะมีความเข้มข้นและลงลึกมากกว่า โดยเน้นการใช้แรงกดช้า ๆ และการรีดไปตามแนวเส้นกล้ามเนื้อ ช่วยคลายกล้ามเนื้อตึงเกร็งที่ฝังลึกหรือล้าสะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง เช่น คอบ่าไหล่ หลัง จากการนั่งทำงานนานๆ หรือผู้ที่ออกกำลังกายและต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ 🔹 จุดเด่นของนวดไทย เน้นการกดจุดและยืดเส้นทั่วร่างกาย ผ่อนคลายและช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการ “คลายเมื่อยทั่ว ๆ ไป” ความรู้สึกหลังนวด: เบาสบาย สดชื่น 🔹 จุดเด่นของนวดไทยรีดเส้น (Deep Tissue Massage) เน้น “รีด” และ “กด” ลงลึกไปตามแนวกล้ามเนื้อ เหมาะกับอาการเรื้อรัง เช่น Office Syndrome ปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานหรือเล่นกีฬา ช่วยคลายพังผืดและการตึงสะสมในชั้นลึก ความรู้สึกหลังนวด: อาจเจ็บเล็กน้อยระหว่างนวด แต่ช่วยให้คลายจริงแบบลึกถึงต้นเหตุ 🤔 แล้วควรเลือกแบบไหนดี? ✨ การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ หากอยากผ่อนคลายร่างกายจากความเมื่อยล้าทั่วไป นวดไทย ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดเมื่อยหรือตึงกล้ามเนื้อที่สะสม นวดไทยรีดเส้น จะช่วยบรรเทาและฟื้นฟูได้อย่างดีและตรงจุดมากกว่า และถ้าคุณกำลังมองหาร้านนวดที่ไว้วางใจได้ Relax Place พร้อมดูแลคุณด้วยการบริการระดับมืออาชีพในบรรยากาศสบายและผ่อนคลาย ให้คุณเลือกได้ทั้งการพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกายอย่างที่คุณต้องการ
ติดต่อกับทางร้านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผ่อนคลายทุกสัมผัส เติมพลังให้ทุกวัน ด้วยบริการนวดคุณภาพ